บทความ
ทำธุรกิจอย่างเป็นมิตร สไตส์ “วิสาหกิจเพื่อสังคม”
สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตสิ่งแวดล้อมบวกกับความตื่นตัวของผู้บริโภคทั้งในระดับประเทศและระดับโลกในช่วงเวลาประมาณ 2 ทศวรรษมานี้ ทำให้การดำเนินธุรกิจในระบบทุนนิยมต้องคิดใหม่ว่าการดำเนินธุรกิจแบบมุ่งกำไรเป็นหลัก อย่างที่เคยปฏิบัติกันมานานนั้น ยังจะเป็นวิธีที่เหมาะสม และควรได้รับการส่งเสริมต่อไปอยู่หรือไม่
มีทางเลือกอะไรบ้างไหมในโลกธุรกิจที่นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจแล้ว ยังไม่สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม และไม่ทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมด้วย ในขณะที่ธุรกิจเองก็ยังมีกำไรและเติบโตไปได้ หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจคือ การทำธุรกิจที่เรียกกันว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” (social enterprise) ซึ่งมีลักษณะพิเศษต่างจากธุรกิจทั่วไปคือ
- มีเป้าหมายหลักในการแก้ปัญหาและพัฒนาโอกาสทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
- การดำเนินการไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยแรงจูงใจที่จะสร้างกำไรสูงสุด สำหรับเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น เท่านั้น
- กำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะถูกนำไปลงทุนและขยายผลเพื่อบรรลุเป้าหมายหลักของธุรกิจ
วิสาหกิจเพื่อสังคมมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ในระดับโลกมีการขยายตัวของการทำธุรกิจประเภทนี้อย่างรวดเร็วในหลายด้าน เช่น ด้านที่อยู่อาศัยสำหรับคนจน เกษตรยั่งยืน การสร้างงานสำหรับผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ พลังงานทดแทน สุขภาวะสื่อสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวที่จัดการโดยชุมชน เป็นต้นในประเทศอังกฤษตามรายงานของรัฐบาลบอกว่ามีวิสาหกิจเพื่อสังคมมากกว่า 55,000 ราย สร้างรายได้กว่า8 พันล้านปอนด์ต่อปี และสร้างผลเชิงบวกแก่สังคมและสิ่งแวดล้อมอีกมหาศาลเพราะวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นกิจการที่มุ่งผลประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก รัฐบาลหลายประเทศจึงมีนโยบายสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมอย่างชัดเจน เช่นอังกฤษ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ เกิดการพัฒนาตลาดทุนวิสาหกิจเพื่อสังคมในหลายประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกา หลายประเทศในยุโรป อินเดีย และฮ่องกง
นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกให้ความสนใจเปิดหลักสูตรกิจการเพื่อสังคมเป็นการเฉพาะ เช่น Oxford, Harvard, Stanford และ MIT เป็นต้น แสดงให้เห็นอนาคตของธุรกิจที่ใส่ใจเรื่องของสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในปัจจุบันในประเทศไทย วิสาหกิจเพื่อสังคมเพิ่งจะอยู่ในระยะเริ่มต้น นักธุรกิจและคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพที่จะทำเรื่องนี้ยังไม่ได้รู้จักวิสาหกิจเพื่อสังคมเท่าที่ควร และยังขาดการสนับสนุนขั้นพื้นฐานทุกด้าน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคประชาชนยังไม่ชัดเจนแต่มีสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งเปิดสอนวิชาเกี่ยวกับวิสาหกิจเพื่อสังคมบ้างแล้ว เช่น คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และสถาบันศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และโครงการ IMBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์นอกจากนี้ ยังมีการทำธุรกิจแบบอื่นที่มีแนวทางและเป้าหมายของการดำเนินงานคล้ายกับวิสาหกิจเพื่อสังคม
นี่คือหนึ่งใน “ตัวเลือก” เพื่อนำพาสังคมไทยสู่วิถีสุขที่ลึกล้ำกว่าความรุ่งเรืองด้านวัตถุเงินตรา
ที่มา : เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง กิจกรรมเพื่อสังคม (Social Enterprise) ของ สุนิต เศรษฐา ผู้อำนวยการองค์กร Change Fusion บรรยายที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 5 พฤศจิกายน 2552,อ้างใน รายงานสุขภาพคนไทย 2553
ที่มา:ต้นคิด สามารถคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ค่ะ
