มูลนิธิชุมชนสงขลา (Songkhla Community Foundation)

ร่วมคิด ร่วมทุน ร่วมทำ

ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์

รายงานการประชุมการจัดทำแผนที่ทางสังคม จ.สงขลา กลุ่มองค์กรการเงิน

by ชาคริต โภชะเรือง @July,27 2010 12.44 ( IP : 202...245 ) | Tags : ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์
photo  , 400x300 pixel , 65,572 bytes.

รายงานการประชุมการจัดทำแผนที่ทางสังคม จ.สงขลา กลุ่มองค์กรการเงิน

วันที่ 21 กค.53 เวลา 13.00-16.30 น. ณ สำนักงานสหกรณ์การเกษตรอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา

ผู้เข้าร่วม

  • ประธานและกรรมการมูลนิธิชุมชนสงขลา
  • คุณบุญโรจน์ นักธุรกิจ
  • กลุ่มออมทรัพย์ บ้านไร่อ้อย
  • เลขาสมาคมออมทรัพย์เพื่อการผลิตจ.สงขลา
  • ครูชบ ยอดแก้ว
  • ลุงเคล้า แก้วเพชร
  • สงขลามีเดียฟอรั่ม
  • ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ต.บางเหรียง
  • เลขาสมาพันธ์กลุ่มออมทรัพย์ อ.จะนะ
  • ผญ.ม.6 บ่อแดง สทิงพระ
  • กองทุนสวัสดิการ เชิงแส/ชิงโค
  • ลุงลัภย์ หนูประดิษฐ์
  • สหกรณ์การเกษตรหาดใหญ่
  • กองทุนสวัสดิการชุมชน ต.เขาพระ

สรุปการประชุม

เริ่มประชุมเวลา 13.30 น. ที่ประชุมได้มีการแนะนำตัวเอง และคุณชิต สง่ากุลพงศ์ ในฐานะประธานมูลนิธิชุมชนสงขลา กล่าวแนะนำมูลนิธิและชี้แจงวัตถุประสงค์ในการจัดการประชุม เพื่อจัดทำแผนที่ทางสังคมในจังหวัดสงขลา ในส่วนขององค์กรการเงิน

จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมนำเสนอสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเงินในพื้นที่จังหวัดสงขลา มีข้อสรุปสำคัญดังนี้

  • ความน่าเชื่อถือขององค์กรการเงินโดยภาพรวมขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลที่เป็นแกนนำและระบบการบริหารจัดการของกลุ่ม
  • กลุ่มออมทรัพย์บางองค์กรที่ยังไม่ได้จดทะเบียนถูกกฎหมาย และมีความหลากหลายในการดำเนินงาน ทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากในแง่การรวมตัวเพื่อยกระดับการทำงานร่วมกัน ภาพรวมระดับจังหวัด องค์กรการเงินแต่ละกลุ่มไม่สามารถช่วยเหลือกันได้
  • สหกรณ์ปัจจุบันมีรูปแบบของตัวเอง 7 รูปแบบ ภาพรวมของสมาชิกสะท้อนให้เห็นว่าคนจนยังมีมาก ความเข้มแข็งของสหกรณ์ยังอยู่ที่นโยบายรัฐแต่ละยุคสมัย ที่ยังไม่มีความจริงใจในการสนับสนุน กฎระเบียบหลายตัวมุ่งเน้นป้องกันการทุจริตมิได้หนุนเสริมความเข้มแข็งหากแต่เป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของระบบสหกรณ์โดยภาพรวม ที่สำคัญคนของหน่วยงานรัฐยังไม่รู้จัก ปัจจุบันภาวะการเงินเริ่มคล่องตัว เดินได้ เงินฝากเริ่มมีมากต้องหากทางจำกัด ส่งผลต่อเงินเฟ้อเริ่มมาก สหรกรณ์การเกษตรหาดใหญ่มีเงินเกือบ 800 ล้านบาท มีการให้กู้ต่อเดือนประมาณ 30 ล้าน โดยสรุปสถานการณ์ของสหกรณ์จะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับชาวบ้านในแต่ละยุคสมัยว่าจะมีเงินในมือมากหรือน้อย
  • หลายพื้นที่เริ่มมีปัญหาเงินฝากล้นระบบ เช่น ที่นาหว้ามีเงินในระบบ 56 ล้าน มีเงินเข้าทุกเดือน เงินเหลือมาก ไม่กล้าลงทุน ไม่สันทัดในการทำธุรกิจ หรือมีการทำวิสาหกิจชุมชน หากทว่าการลงทุนยังเป็นเงินส่วนบุคคลไม่ใช่เงินกลุ่ม/องค์กร
  • ปัจจุบันมีกองทุนชาวบ้านจ.สงขลา สมาชิก 3000 กว่าคน ทำหน้าที่เป็นกองทุนหมุนเวียนให้กับสมาชิก
  • กลุ่มการเงินยังมีพฤติกรรมฉ้อ โกง ยักยอก
  • การตั้งกลุ่มออมทรัพย์ทำให้เกิดหนี้
  • มูลนิธิศุภนิมิตมีการจัดตั้งสหกรณ์ของตนเอง มีบทเรียนในแง่ที่ว่าการที่มูลนิธิสนับสนุนเงินในช่วงก่อตั้งให้ ทำให้ชุมชนไม่เกิดสำนึกรับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมว่าเป็นเงินของตน ทำให้เกิดปัญหาความสามารถในการรับมูลนิธิไปดำเนินการต่อ
  • มีปัญหาการบริหารจัดการขาดการตรวจสอบ การพัฒนาศักยภาพในด้านการบริหารจัดการ
  • ผู้นำ(นโยบายของรัฐ)มีการทำงานที่นับหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
  • กลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนและของรัฐถือระเบียบต่างกัน ส่งผลต่อการทำธุรกรรมการเงิน กลุ่มออมทรัพย์ระเบียบกฏเกณฑ์ยืดหยุ่นมากกว่า บางแห่งทำตามข้อตกลงหรือกติกาของกลุ่ม เช่น ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน
  • การทำสัจจะลดรายจ่ายวันละบาท บริหารโดยมูลนิธิครูชบ-ปราณี ยอดแก้วและสมาคมฯใช้รูปแบบบริหารแบบรถไฟ มีหัวรถจักรและตู้พ่วง มีสมาชิก 1 แสนกว่าคน เกิดรูปแบบกลุ่มสวัสดิการหลากหลาย
  • สหกรณ์บริการมอ. มีเงิน 1 หมื่นล้านบาท มองว่าสงขลามีศักยภาพสูง เรามีตัวแบบสหกรณ์และการออมทรัพย์ที่ดี เป็นเมืองหลวงด้านสวัสดิการชุมชน แค่รูปแบบสหกรณ์เรามีทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ครู สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์บริการ
  • สังคมเราเป็นทุนบริโภค แสวงหากำไรสูงสุด การทำองค์กรการเงินเพื่อชุมชนไม่ควรคิดแบบธนาคารพาณิชย์ที่มุ่งเน้นผลกำไร ขณะเดียวกัน ต้นทุนสหกรณ์มีมากกว่าธนาคารพาณิชย์ แต่สหกรณ์ไม่เสียภาษี ธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันก็ประสบปัญหา เงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 7 เงินฝากร้อยละ 1
  • ที่มาของการทำสัจจะลดรายจ่ายวันละบาท พัฒนามาจากรูปแบบของต.น้ำขาว โดยครูชบ ยอดแก้ว รัฐสมทบ สร้างฐานให้ชุมชน
  • ปี 2517 ประเทศไทยเริ่มเกิดแนวคิดการทำออมทรัพย์ โดยกรมพัฒนาชุมชน โดยประยุกต์จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน หรือการทำธนาคารหมู่บ้าน
  • ปี 2526 ครูชบ ยอดแก้ว เริ่มทำเรื่องพัฒนาคน โดยเริ่มที่น้ำขาว 11 หมู่บ้าน มุ่งเน้นการพัฒนาร่างกาย ให้มีสุขภาพดี ปราศจากโลก มีอนามัยสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ มีจิตสำนึกประชาธิปไตย และมีการพัฒนาจิตใจ รักษาสัตย์ จริงใจกับตนเอง ข่มใจ ถ่อมใจ อดทน อดกลั้น อดออม ละวางความชั่ว ละประโยชน์ส่วนตน เพื่อส่วนร่วม
  • ใช้เงินเป็นเครื่องมือเพื่อจัดสวัสดิการ โดยพบความต้องการของชาวบ้านว่าอยากได้สวัสดิการเหมือนกับข้าราชการ จึงริเริ่มทำสวัสดิการของชาวบ้าน อุดช่องว่างดังกล่าว ในช่วงเริ่มแรกคนไม่เชื่อ มีเพียง 30% ของคนในชุมชนเท่านั้น โดยตั้งกรรมการบริหารเอง ไม่เสียดอกเบี้ย แต่เรียกว่าเป็นการเสียค่าบำรุง โดยแบ่งปันประโยชน์ ครึ่งหนึ่งปันผลตามหลักสหกรณ์(ตามหุ้น) ที่เหลือนำไปทำสวัสดิการ ในการรักษาพยาบาล เมื่อสามารถทำได้จริง ทำให้เกิดความเชื่อถือ
  • ปี 2529 สามารถขยายผลทำได้ 100% ของประชากร
  • ปี2532 อ.เสรี พงศ์พิศ ชวนกลุ่มต่างๆมาคุย จึงเกิดการขยายแนวคิดสวัสดิการ
  • 2543 เกิดกองทุนหมู่บ้าน นำรูปแบบของน้ำขาว เสนอให้รัฐสมทบปีแรก 100% สร้างฐานให้ชุมชน แล้วค่อยลดการสนับสนุนลง จนพื้นที่สามารถรวมได้ 21 กลุ่มได้เงินจากรัฐบาลมาสนับสนุนชุมชน แต่การขยายผล แม้จะมีความเห็นว่ามีประโยชน์มากแต่ก็ติดขัดระเบียบราชการ
  • 2547-ปัจจุบัน การทำสัจจะลดรายจ่ายวันละบาทเพื่อสร้างสวัสดิการประชาชน 9 ด้าน วางเป้าหมายทำทั้งจังหวัด มีการเสนอผู้ว่าสมพร ใช้บางยาง ขอการสนับสนุนโดยประชาชนทำเอง ซึ่งต่อมามูลนิธิครูชบ-ปราณี ยอดแก้วรับช่วงรับผิดชอบ บนฐานคิด 1 ตำบล 1 กองทุน ปัจจุบันทำไปแล้ว 138 แห่ง(จาก140 แห่ง) และมีสมาคมสวัสดิการภาคประชาชนจ.สงขลารับผิดชอบร่วมกับมูลนิธิ มีสมาชิก 170,000 คน มีเงิน 112 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายแล้วปัจจุบันมีเงินเหลือ 87 ล้านบาท
  • ครูชบ ยอดแก้ว ได้เล่าประสบการณ์การทำงานในช่วงเริ่มต้น ว่ามีการทำวิจัย ได้ข้อสรุปว่าหากประชาชนทำเพียงลำพัง 15 ปีมีแนวโน้มล้ม มีการวิจัยใหม่ เสนอนโยบายให้ท้องถิ่นและรัฐสมทบด้วย
  • ต่อมาปี 2552 รัฐบาลสนับสนุน บน 4 ข้อเสนอ ได้แก่ ทำให้สวัสดิการเป็นวาระชาติ ให้รัฐสมทบ 1 ท้องถิ่น 1 ประชาชน 1 บาท (สงขลามี 100 กลุ่มได้รับประโยชน์ โดยอายุกลุ่มต้องเกิน 1 ปี มีการจัดสวัสดิการไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง) ให้เกิดกลุ่มสัจจะฯ ทุกแห่งในประเทศ และให้แก้ระเบียบให้รัฐ/ท้องถิ่นสามารถสมทบงบได้ ต่อมาได้มีมติครม.ให้สามารถสมทบได้

ข้อเสนอในการยกระดับการทำองค์กรการเงิน มีข้อเสนอแนะดังนี้

  1. เสนอเชิงนโยบาย ให้มีการจัดตั้งธนาคารสหกรณ์ ปล่อยกู้ให้ชุมชน/องค์กรสหกรณ์ที่อ่อนแอ หรือหนุนเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยต่อยอดทุนทางสังคม นำมาสู่การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน หรือทำโรงงานขนาดเล็ก
  2. สร้างผลประโยชน์ให้สมาชิกที่มิใช่แค่เงิน ด้วยการสำรวจความต้องการของสมาชิก สร้างผลผลิต ต่อยอดผลผลิต ยกระดับคุณภาพชีวิต
  3. พัฒนาทุนเงิน ไปถึงทุนคนให้มากขึ้น โดยใช้เงินเป็นเครื่องมือพัฒนาคน เช่นกรณี สัจจะลดรายจ่ายวันละบาท เพื่อทำสวัสดิการ 9 ด้าน บนฐานการสมทบระหว่างชุมชน 1 บาทท้องถิ่น 1 บาทรัฐ 1 บาท ทางสมาคมฯได้ว่างเป้าหมายให้ครอบคลุม ประชากร 50% ของสงขลา

    รูปแบบของสัจจะลดรายจ่าย แบ่งผลประโยชน์เป็น 3 ส่วน 50% นำไปจัดสวัสดิการ 9 ด้าน 30% นำไปลงทุนหารายได้ หรือการศึกษา เช่น ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำปุ๋ย น้ำยาเอนกประสงค์ ผลิตอาหารเอง/ข้าว ทำร้านค้าชุมชน ซื้อของราคาถูก มาจำหน่ายสมาชิกโดยเฉพาะสินค้าสุขภาพ โดยจัดระบบข้อมูลความต้องการ/ทุน และอีก 20% เป็นเงินบำนาญในอนาคต

  4. สร้างจิตสำนึก ให้สมาชิกองค์กรการเงินกลัวบาป มุ่งเน้นใช้คุณธรรม พัฒนาด้วยหลักศรัทธา ทำงานร่วมกับวัด/มัสยิด/โบสถ์
  5. พัฒนาแนวคิดของกรรมการในด้านการบริหารจัดการ มีการทำงานจากเล็กไปใหญ่ จากง่ายไปยาก แก้ปัญหาสุขภาพ/สร้างเสริมสุขภาพโดยวิจัยหาตัวเลขความเจ็บป่วย ข้อค้นพบเกิดจากพฤติกรรมการบริโภค หรือมีการอบรมทำความเข้าใจด้านสวัสดิการ สร้างองค์ความรู้ เสริมการบริหารจัดการ การลงมือทำ

    ควรพัฒนาศักยภาพในกลุ่มสมาพันธุ์/กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ในด้านการบริหารจัดการ มีการยึดถือในตัวบุคคล ขาดคนมารับลูกต่อ ไม่มีการพัฒนากลุ่มที่อ่อนแอ ที่มีปัญหาการทุจริต โดยเน้นกรรมการระดับหมู่บ้าน ปัจจุบันมีกลุ่มสมาชิก 800 กว่ากลุ่มเกิดตามปีปฎิทิน และให้ประสานสถาบันการศึกษามาพัฒนางานวิจัยเพื่อนำไปสู่การแก้ไข

  6. การทำงานในลักษณะร่วมคิด ร่วมทุน ร่วมทำ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง โดยเฉพาะโอกาส ในการขยับให้สงขลาเป็นเมืองยางโลก เรามีตลาดที่จีน อินเดียมีความต้องการสูง เรามีศูนย์วิจัย/มีทุนทากแต่ทำกันคนละด้าน จึงควรสร้างระบบข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์การตลาดรวมกลุ่ม แสวงหาลู่ทางใหม่ๆ เช่น นำเงินไปสร้างอาคารที่พักนักศึกษา
  7. ไม่เน้นการกู้ จำกัดวงเงิน มีการส่งเสริมการออมตั้งแต่เด็ก สร้างกองทุนหมุนเวียน หรือกองทุนหมู่บ้าน/กองทุนกลางเพื่อการพัฒนา

โดยมูลนิธิชุมชนสงขลา สามารถเข้าไปสนับสนุนการทำงานในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. การพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มองค์กรการเงิน โดยเฉพาะการพัฒนาคน การบริหารจัดการ
  2. การประสานงานให้เกิดการวิจัยเพื่อแก้ปัญหากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ที่มีความต้องการหาทางออกจากปัญหาที่รุมเร้า มีข้อเสนอให้มูลนิธิเป็นเจ้าภาพนัดกลุ่มออมทรัพย์การผลิตมาพูดคุยเป็นการเฉพาะต่อไปด้วย
  3. ความร่วมมือในเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะบางแห่งที่มีความพร้อมในการนำเงินสัจจะลดรายจ่ายวันละบาท ในสัดส่วน 30% มาเพื่อการลงทุน การลดรายจ่ายในครัวเรือนด้วยการลงขันร่วมซื้อสินค้าในราคาถูกและมีคุณภาพส่งผลดีต่อสุขภาพ
  4. ความร่วมมือระหว่างสหกรณ์บริการหรือสหกรณ์ออมทรัพย์มอ. รับเงินฝากจากกลุ่มออมทรัพย์ที่มีเงินล้นระบบ
  5. พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อวางรากฐานการวิเคราะห์การตลาด ยกระดับการพัฒนาจังหวัดในอนาคต เช่น การทำสงขลาเป็นเมืองยางโลก และมีการวิจัยเพื่อการยกระดับสหกรณ์เป็นธนาคารสหกรณ์ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

ปิดการประชุม

แสดงความคิดเห็น

« 3097
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง