ฮีโร่ประจำซอย Ep.8 : เบื้องหลังทีมกู้เสาโทรศัพท์
โดย ถนอม ขุนเพ็ชร์ นักเขียน #Warroomภาคประชาชน
“บ้านผมอยู่แถวโนราเล้งแซ่บ สวนหย่อมธรรมนูญวิถี ท่วมรอบแรกผมติดอยู่ที่บ้านสองวันกับภรรยาและลูกชายอายุสามขวบ ผมเป็นกรรมการสมาพันธ์เอสเอ็มอี จังหวัดสงขลา ตอนน้ำลดถึงหัวเข่า มีข่าวว่าน้ำสะเดากำลังลงมาคุณกร สุริยพันธุ์(เจ้าของยาสีฟันเทพไท) ประธานสมาพันธ์ บอกว่าย้ายออกมาเถอะ แล้วเขาก็มารับที่บ้าน
“ครอบครัวอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว คุณกรชวนผมไปช่วยมูลนิธิทงเซียเซี่ยงตึ้ง ซึ่งตั้งโรงครัวอยู่ที่วัดคลองเรียน
วันที่น้ำลดรอบแรก ผมไปแจกข้าวกับคุณกร ร่วมกับภาคเอกชนมีนายกสมาคมโรงแรม ดร.อ๋อง กับหลายคน ผมจำชื่อไม่หมด เราขึ้นรถสิบล้อของภาคเอกชนแจกอาหารในเมือง ช่วยนักท่องเที่ยวมาเลย์ตามโรงแรมออกมา จบภารกิจนั้น ตอนเย็นคุณกรก็ได้รับการประสานงานที่ มทบ. ค่ายเสนาณรงค์ ให้ช่วยนำช่างกู้เสาสัญญาณโทรศัพท์ AIS TRUE และ DTAC /ตอนนั้น TRUE และ DTAC กำลังจะล่ม ส่วน AIS เหลือเวลาอีกประมาณ 12 ชั่วโมง
“วันที่ 23 พ.ย. น้ำท่วมเสาหมดแล้ว การจ่ายสัญญาณโทรศัพท์ต้องใช้ไฟฟ้า พอไม่มีไฟฟ้า ต้องใช้เครื่องปั่นไฟ เสาสัญญาณของ AIS เครื่องปั่นไฟพังไปส่วนหนึ่ง อันนี้ผมจำรายละเอียดไม่ได้ ทางกรุงเทพฯ เขาจึงรีบส่งช่างลงมาเพื่อเขาไปซ่อมเครื่องปั่นไฟตัวที่พัง เป็นภารกิจที่ผู้ว่าฯ สั่งลงมา คืนนั้น 4 ทุ่ม ผมกับคุณกร ก็พาพวกเขาเข้าไป เพราะว่าผมเชี่ยวชาญพื้นที่ในหาดใหญ่เกือบทั้งหมด ได้รถ ปภ. คันสีส้มใหญ่ๆ ยกสูง ลุยเข้าไปทางเส้นนวลแก้ว เป้าหมายเสาสัญญาณหลังบิ๊กซีเอกตร้าหัวรั้ว ตอนนั้นไฟฟ้าตัดหมดแล้ว เมืองตกอยู่ในความมืด น้ำขึ้นสูง ไหลเชี่ยว เห็นรถจมน้ำข้างทาง ขนาดว่ารถ ปภ. ใหญ่มาก สูงพอกับรถทหาร พอถึงแยกคลองเตยก็เกือบดับ ทีมกู้ภัยเราก็เกือบแย่เหมือนกัน ก็เลยต้องถอยออกมา ระหว่างทางมีคนขอความช่วยเหลือก็รับไปบ้างแต่ไม่สามารถส่งในพื้นที่ได้เลย เพราะจอดไม่ได้ รถเกือบดับแล้ว ถ้าดับทีมผมก็กลายเป็นผู้ประสบภัยทันที ขนาดว่ารถใหญ่ น้ำยังพัดจนสั่น คิดจะกลับมาขอเรือ ในวันนั้นยังไม่มีเรือก็ต้องรอเช้าวันถัดไป
“เกือบเที่ยงคืน เวลาของเสาสัญญาณ AIS เหลืออีกแปดชั่วโมง นี่คือเสาหลักของจังหวัดสงขลา นะครับ เราก็เพิ่งมาทราบภายหลังว่าเสานี้มีไฟเบอออฟติคส่งผลต่อระดับประเทศ เพราะเชื่อมมาจากสิงคโปร์ เพราะถ้าระบบ AIS ล่ม การสื่อสารทั้งหมด ของจังหวัดสงขลาพังไปด้วย
“ตอนเช้าตรู่ 24 พ.ย. น้ำสูงกว่าเดิม โรงครัวของเซี่ยงตึ้งที่วัดคลองเรียนน้ำท่วม ย้ายมาที่วัดโคกนาว เราได้รับการแจ้งว่า น่าจะมีเรือของทหารมาแล้ว รีบไปสแตนบาย ผมมาที่วัดโคกนาว ก่อนนำทีมไป มทบ. ช่าง จาก กทม. 2 คน และมีเจ้าหน้าที่ AIS ในพื้นที่ส่วนหนึ่ง ที่ผมต้องพาไปคือช่างจาก กทม. เมื่อไปถึงสามแยกคอหงส์น้ำเต็มแล้ว ไม่สามารถลุยต่อได้ ประสานกับทางค่าย เขาก็บอกว่ามีเรือในค่าย แต่เราเข้าถึงค่ายไม่ได้จะทำอย่างไร คุณกรก็บอกว่าลงไปถามเรือ ตอนนั้นเริ่มมีเรือหน่วยงานมาวิ่งแล้ว พอดีว่าได้พบกับเรือของกรมประมงที่มาจากกระบี่ ช่วยพาเราไป
“ทีมกรมประมง 2 คน ทีมช่าง 2 คน ผมกับ คุณกรรวมแล้ว 6 คน ลงเรือไฟเบอร์ลำเล็ก ระหว่างทางที่ไปทางถนนเพชรเกษม เข้าตรงแยกบิ๊กซีเอกตร้า น้ำเชี่ยว อันตรายมาก ผ่านทางไป คนขอความช่วยเหลือตลอดเส้นทาง น้ำสูงมาก เต็มชั้น 1แต่ไม่สามารถรับคนเพิ่มได้ พอไปถึงเสาสัญญาณ ซึ่งมีตึกสูงเราก็ปล่อยช่างทำงานที่นั่น
“ระหว่างทางผ่านมีคนขอความช่วยเหลือตลอดเวลา เพราะโซนนั้นมีบ้านชั้นเดียว มีคนแก่ คนป่วย คนช่วยตัวเองไม่ได้ คนท้อง แช่น้ำมาตลอดคืน ร้องตะโกนว่า ช่วยด้วย มีคนแก่ มีเด็ก ขอข้าว เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนที่พี่เปิ้ลนาครพูดแหละครับ พูดแล้วยังขนลุกเลย ภาพนั้นยังจำ เราก็ตะโกนบอกว่าเดี๋ยวนะเรามากู้สัญญาณ แต่เราจะมาช่วย
“พอส่งช่างแล้ว เราจึงมาช่วยคน โดยเฉพาะคนที่อยู่บ้านชั้นเดียว และอยู่ในวิกฤต ตรงข้ามเสาสัญญาณจะมีตึกสูง เราตกลงกันว่าจะเอาคนอพยพมาไว้ที่นี่ก่อน แล้วเราค่อยเอาข้าวมาส่งให้ เพราะการจะเอาเรือไฟเบอลำเล็กและพาออกไป จะเสียเวลามาก อันตรายมาก ลืมเล่าว่า ระหว่างทาง น้ำแรง รถจอดขวางเหมือนเขาวงกตเลย นี่เป็นสิ่งที่ยาก อันตราย เรือชนไหม มีครับ เพราะน้ำแรง บังคับเรือยากมาก อีกอย่างเชือกที่อยู่ในน้ำ จะพันใบพัดเรือ ไม่ง่ายเลย รถไปได้ แต่เรือนี่เราไม่เห็นอะไรที่อยู่ใต้น้ำเลย แม้แต่วงเวียนที่จมน้ำ ถ้าพลาดเข้าไปใบพัดพัง ท้องเรือแตก เป็นไปได้หมด ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ของกรมประมง จากกระบี่ ที่ขับเรือเขาเก่งมาก แต่เขาก็บอกว่าไม่เคยขับอะไรแบบนี้ เขาบอกว่าขับในทะเล ตรงนี้ต้องใช้ความชำนาญมากแล้วก็เสี่ยงมาก เหมือนเราไปเล่นอยู่ในสวนสนุก แต่นี่คือชีวิตจริงที่อันตราย เพราะการเหวี่ยงของเรือไปเจอสังกะสีกันสาด ต้องใช้ไม้ยัน เจอกิ่งไม้ก็ต้องหลบกันเองเพราะไม่อย่างนั้นอันตรายจริงๆ ยังดีว่าเราใส่ชูชีพ
“ตอนเข้าไปส่งช่าง เสียงขอความช่วยเหลือระงมเข้ามาอยู่แล้วไปช่วยเด็กบ้านนั้นหน่อย เด็กอายุ 10 วัน ไปช่วยคนแก่หน่อย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แช่น้ำ คำขอเต็มไปหมด เราต้องตัดสินใจว่าต้องเอาเคสวิกฤตก่อน เคสแรกที่ช่วย อยู่ในบริเวณ 500 เมตร คนที่อยู่แถวนั้นบอกว่ามีบ้านที่มีเด็ก 10 วัน เพิ่งคลอด เราตัดสินใจไปหาบ้านหลังนั้น หาพิกัดเอง มีอะไรเป็นจุดสังเกต ผมชำนาญพื้นที่ เขาบอกมาว่าตรงนั้นมีตู้ซักผ้า โน่นนี่นั่น แต่พอไปถึง มันไม่เห็นอะไรเลย เห็นแค่หลังคา เราปีนหลังคาไปตะโกนถาม ว่าบ้านหลังไหนมีเด็ก บ้านชั้นครึ่ง ทีมงานต้องมุด บอกเขาว่าต้องลุยออกมา ในบ้านที่เห็น บางคนแช่น้ำ เด็กอยู่ด้านบนของบ้านชั้นครึ่ง ใส่กาละมังลอยออกมา จังหวะนั้นน่ากลัวที่สุด ตอนช่วยเขาเราก็กลัวว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับเขา ไม่ใช่ว่าเราจะช่วยสั่วๆไม่ได้ ก็พาครอบครัวนี้ขึ้นไปอยู่ตึกข้างกับเสาส่งสัญญาณ ข้างบนนั้นมีคนอยู่ 30-40คนแล้วตอนนั้น
“มีเคสคนแก่ก็ไปรับมาบนตึกเดิม เขายังช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ช่วยออกมาที่ศูนย์พักพิง คนสูงอายุ คุณกรต้องลงไปในบ้าน ข้างนอกน้ำท่วมมิดหัว ในบ้านน้ำระดับคอ คุณกรเข้าไปแบกคุณยายคุณตา น้ำหนักเยอะ ตัวใหญ่ หาวิธีการเอาออกมา ต้องยกข้ามกำแพงบ้าง อะไรบ้าง พาขึ้นเรือ บางเคสมาพร้อมรถวีลแชร์ เราก็พามาส่ง เราพยายามช่วยเต็มความสามารถ วันที่ 24 พ.ย. ฝนตกหนักตลอด เราทำงานกลางฝน สถานการณ์บีบคั้น การเข้าออกจากจุดต่างๆ พื้นที่แคบมาก รถขวางบ้าง ชนบ้าง สุดปัญญา ตอนที่เรือไปชน เราก็กลัวนะ กลัวเรือจะแตก กลัวเรือจะคว่ำ ยิ่งพาคนอพยพ ซึ่งเขาช่วยตัวเองไม่ได้อย่างนี้ ยิ่งหนัก
“ขับรถจากบิ๊กซีเอกตร้ามา มอ.ใช้เวลา 15 นาที แต่เรือไม่ใช่อย่างนั้น อย่างน้อยเกินครึ่งชั่วโมง ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยว ระหว่างทางยังมีคนขอความช่วยเหลือตลอดเวลา เขาขอความช่วยเหลือแต่เราทำอะไรไม่ได้ ก็รู้สึกจุกครับ เราต้องเข้าเส้นทางนั้น เข้าออก วันละ 3-4 รอบ ถูกด่านะ มาทำไม ไม่ช่วยมาทำไม เจ็บนะ เข้าใจเขา ก็บอกเขาว่าพี่ภารกิจผมจริงๆ มากู้เสาสัญญาณ ผมจะช่วยเคสที่ฉุกเฉินก่อน บ้านสองชั้นพี่อยู่ข้างบน เดี๋ยวจะพยายามเอาอาหารมาแจกให้
“เราจะพาผู้ป่วยมาส่งที่สามแยกคอหงส์ ประสานหน่วยพยาบาลมารับ คนป่วยส่งเข้าโรงพยาบาล มอ. คนช่วยเหลือตัวเองได้มาอยู่ตรงศูนย์พักพิง พอมาอยู่ตรงนี้ปุ๊บ ทุกครั้งที่มาถึงเราก็คิดว่าเราอยากได้ข้าว กลับเข้าไปแจกทุกรอบ แต่จริงๆ ไม่ได้มีซัพพอร์ทให้ คุณกรก็เลยประสานงานกับกรรมการสมาพันธ์เอสเอ็มอี คือ คุณตี้และคุณแนท ( ณณฐกร- นราวดี ตั้งนนทศิริ )เจ้าของคอหนังติ่มซำให้จัดหาอาหารให้ ได้มาจำนวนหนึ่ง อย่างน้อยตอนเราเข้าจะได้แจก กว่าจะเสร็จภารกิจวันแรกก็ปาเข้าไป ห้าโมงเย็นแล้ว ทีมงานเองก็ลำบากมาก ข้าวไม่มีกิน องค์กรเอกชนบางคนน่ารักครับ เขาชื่อพี่จุ่น จำชื่อจริงเขาไม่ได้ เอาข้าวไปแจกเจ้าหน้าที่ เพราะเขารู้ว่าเจ้าหน้าที่เหนื่อย ได้กินข้าวส่วนนี้แหละ ทำให้ได้ไปต่อ
“ช่างกู้เสาสัญญาณอยู่ที่เสา ตั้งแต่ สิบเอ็ดโมง อยู่ถึงห้าโมง แก้ปัญหาเขาไป เราก็อพยพคน หลังจากภารกิจกู้เสาสัญญาณเสร็จเราก็แจกข้าว ตอนแรกเราประสานกับทางมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่ไปตั้งฐานอยู่โรงแรมออร่า ลพบุรีราเมศวร์ สุดท้ายอยู่คนละฟาก เชื่อมต่อกันไม่ได้ มาเชื่อมกันได้จริงตอนน้ำลด ช่วยกันลงแจกข้าว ซึ่งข้าวก็มาจากของคุณบุ๋ม ปนัดดา ที่มาทำครัวอยู่ที่ตลาดเกษตร มอ. อาหารแห้งของ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี โรงครัวของเซียงตึ้งบางส่วน ของภาคเอกชนที่บริจาคเข้ามาและ สมาพันธ์เอสเอ็มอี จังหวัดสงขลา แต่ช่วงแรกจะมาขอจากโรงครัวคุณบุ๋ม ปนัดดา และ คุณบิณ บันลือฤทธิ์ แจกตามเส้นทางเขา เราไปจอยกับเขา คนต้องการข้าวมากๆ เขาอดจริงๆ คนหาดใหญ่คิดว่าไม่ท่วมขนาดนี้เลยไม่ได้เตรียมอะไรเลย ส่วนใหญ่หิวโซ บางคนที่เตรียมพร้อม เขาก็น่ารักนะครับ เขาบอกว่าไม่เอาเพราะมีแล้ว
“การทำงานเราเอาชีวิตไปเสี่ยง เรือจะล่มหลายครั้ง หน้าลูกลอยมาเลย ผมเลยบันทึกทั้งภาพและวิดีโอเอาไว้เพื่อ ถ้าเกิดอะไรขึ้นลูกจะได้รู้ว่าเราทำอะไรไป การที่มาอยู่ สมาพันธ์เอสเอ็มอี จังหวัดสงขลา ก็ถือว่าเป็นจิตอาสาส่วนหนึ่งแล้ว แต่เราช่วยในเรื่องภาคเศรษฐกิจ รายได้ของผู้ประกอบการรายเล็ก เรื่องกู้ภัยผมไม่เคยทำมาก่อน การไปกับคุณกรเราเห็นความเดือดร้อนตั้งแต่วันแรก เราก็เดือดร้อนนะ แต่ไม่มากเมื่อเทียบกับคนอื่น มีคนพูดว่าช่วยคนอื่นไม่ช่วยตัวเองบ้างหรือ ผมก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ผมรู้ว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดี ความรู้สึกที่ดี ไม่มีใครรู้ว่าเราอิ่มใจ เราก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้”
กฤตภาส อังวรางค์กูร
Relate topics
- ฮีโร่ประจำซอย Ep.7 : ขวัญใจเด็กหอ
- ฮีโร่ประจำซอย Ep.6 : คนอึดนักกู้ภัย
- ฮีโร่ประจำซอย EP.5 : น้ำใจใกล้เสียงปืน
- ฮีโร่ประจำซอย Ep.4 ครัวฮาลาลหมื่นกล่อง
- ฮีโร่ประจำซอย EP3 ผู้กล้าทั้ง 21 คน
- ฮีโร่ประจำซอย EP2 กาละมังสีแดง
- ฮีโร่ประจำซอย EP1 สุภาพบุรุษแกลลอน
- "น้ำใจจากเมืองกรุง"
- ขอบคุณความช่วยเหลือจากขอนแก่น
- ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 เพื่อลงมติพิเศษ




